โครงการผลิตพลังงานทดแทน

โดยใช้ถังหมักก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์สำเร็จรูปขนาดเล็ก

(โดยความร่วมมือจากกรมพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน)

ระบบถังหมัก

ที่มาและความสำคัญ

ขยะอินทรีย์เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหากลิ่นเหม็น น้ำขยะมูลฝอย การแพร่กระจายของเชือโรค รวมทั้งการปลดปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาโรคร้อน ดังนั้น หากโรงเรียนคัดแยกในส่วนของขยะอินทรีย์ที่เน่าเสียง่ายมากำจัดในถังหมักแบบปิด โดยใช้เทคโนโลยีการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งสามารถบำบัดขยะอินทรีย์ ที่เป็นองค์ประกอบหลักในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีผลพลอยได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์และก๊าซชีวภาพ ก็จะช่วยแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย และเป็นการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่โรงเรียน ชุมชน และสังคม

นายปิยะสวัสดิ์ อัมรนันท์ รมต. กระทรวงพลังงาน เยี่ยมชมโครงการฯ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนา สาธิต และส่งเสริมการผลิต และการใช้ถังหมักก๊าซชีวภาพ สำเร็จรูปขนาดเล็ก จากขยะ อินทรีย์

2. เพื่อสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะอินทรีย์ และสร้างความเข้าใจในหลักการผลิตก๊าซชีวภาพ และปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ โดยใช้เทคโนโลยีการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน

 

สถานีโทรทัศน์หลายช่อง ได้ถ่ายทำโครงการฯ เพื่อเผยแพร่ทางโทรทัศน์

1

1

1

1

1

หลักการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์

ในสภาวะที่ไร้ออกซิเจน จุลินทรีย์ที่ไม่ใช้ออกซิเจน จะเปลี่ยนสารอินทรีย์ ที่ย่อยสลายง่ายให้กลายเป็นก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเรียกว่า การย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน การผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ อาศัยหลักการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนดังกล่าว โดยเป็นกระบวนการหมักขยะอินทรีย์ในถังปิดสนิท ที่มีแบคทีเรีย ซึ่งไม่ใช้ออกซิเจนย่อยสลายขยะอินทรีย์ ให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ และได้ผลผลิตสุดท้ายเป็นสารปรับสภาพดิน หรือปุ๋ยอินทรีย์

อุปกรณ์ในระบบหมักก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ ประกอบด้วย

***1. เครื่องย่อยขยะ                               7. มานอมิเตอร์                       

***2. บันไดเหล็ก                                    8. ท่อก๊าซชีวภาพ

***3. กรวยและท่อป้อนขยะ                     9. ถังเก็บก๊าซชีวภาพ

***4. ถังหมักก๊าซชีวภาพ                       10. หัวเตาหุงต้ม และวาล์วนิรภัย

***5. ใบกวน                                         11. กระบะตากตะกอน

***6. ท่อแสดงระดับน้ำในถังหมัก 

การเริ่มเดินระบบถังหมักก๊าซชีวภาพ

***1. นำกล้าเชื้อจุลินทรีย์ 70 กิโลกรัม เติมน้ำ 105 ลิตร แล้วผสมให้เข้ากัน

***2. นำกล้าเชื้อจุลินทรีย์ที่เตรียมไว้ป้อนเข้าสู่ถังหมัก โดยเทลงทางกรวยป้อนขยะจนหมด

***3. เติมน้ำเข้าสู่ถังหมัก จนน้ำสูงระดับที่กำหนด

***4. กวนของเหลวในถังหมักให้ผสมกันอย่างทั่วถึง โดยกวนไป – กลับ อย่างละประมาณ 30 รอบ

***5. เติมขยะอินทรีย์ที่บดย่อย และผสมน้ำ จนมีค่าปริมาณของแข็ง 10 เปอร์เซ็นต์ ในปริมาณ 1 กิโลกรัม เข้าสู่ถังหมัก

***6. กวนถังหมักไป – กลับ

การเตรียมสภาพขยะอินทรีย์

***1. เตรียมขยะอินทรีย์ตามปริมาณที่กำหนด จากนั้นคัดแยกสิ่งปะปน ที่ไม่เหมาะสมออกไป เช่น ไม้เสียบลูกชิ้น กระดาษทิชชู เศษกระดาษ

***2. นำขยะอินทรีย์ไปบดในเครื่องย่อยขยะ

***3.นำขยะที่ย่อยแล้วเติมน้ำหรือน้ำขยะเพื่อปรับอัตราส่วนปริมาณของแข็งให้ได้ประมาณ10% ชั่งน้ำหนักให้ได้ปริมาณตามที่กำหนด

***4. ตรวจวัดค่า pH และปรับค่า pH

***5. นำขยะที่ปรับค่า pH เรียบร้อยแล้ว เทลงในถังหมักก๊าซชีวภาพ

เจ้าหน้าที่จากกรมพลังงานทดแทน และบจก. เอสทีเอฟอี   ให้คำปรึกษา ในการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง

2

2

การปรับค่า pH

***1. นำตะกอนที่ระบายออกมา ตรวจวัดค่า pH และอุณหภูมิ มาปรับค่า pH โดยการเติมสารเคมีลงไป และกวนผสมให้เข้ากัน พร้อมทำการวัดค่า pH จนกระทั่งเป็นกลาง

*****- หากขยะอินทรีย์มีสภาพเป็นกรด ให้ปรับเป็นกลาง โดยเติมสารเคมีพวกด่างลงไป เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ โซเดียมไบคาร์บอเนต โซเดียมคาร์บอเนต

*****- หากขยะอินทรีย์มีสภาพเป็นเบส ให้ปรับเป็นกลาง โดยเติมสารเคมีพวกกรดลงไป เช่น กรดไฮโดรคลอริก กรดอะซิติก

***2. เทตะกอนคืนสู่ถังหมัก ทางช่องป้อนขยะ

***3. กวนผสมในถังหมักให้เกิดการคลุกเคล้าทั่วถึง จากนั้นระบายตะกอนออกจากถังหมัก แล้วทำการตรวจวัดค่า pH จนกว่าค่า pH ในถังหมัก จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ

**ข้อมูลที่ควรรู้ ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 6.8 – 7.4 แต่ค่า pH ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการหมักก๊าซชีวภาพ จะอยู่ในช่วง 7.0 - 7.2 แบคทีเรียที่ผลิตก๊าซมีเทน จะทำงานได้ดีในอุณหภูมิระดับกลาง ประมาณ 25 - 40 องศาเซลเซียส

ธีการใช้งานอุปกรณ์สูบขยะอินทรีย์และตะกอน (แบบใหม่)

อุปกรณ์สูบขยะอินทรีย์และตะกอน ประกอบด้วย

ถังและเครื่องสูบ (pump) ทำหน้าที่เป็นเครื่องทุ่นแรงในการผสมคลุกเคล้าตะกอนในถังหมักฯ สูบขยะอินทรีย์เข้าสู่ถังหมักและช่วยในการวัด pH ของตะกอนและการระบายตะกอนลงกระบะตากตะกอนสะดวกมากขึ้น

**ก่อนเริ่มใช้งานต่อไปนี้ ให้ทำการปิดวาล์วก๊าซที่ถังเก็บก๊าซ 1 และเปิดวาล์วระบายก๊าซทิ้ง 2 เพื่อระบายก๊าซในถังหมักฯ ออกจนหมด

 

1. การผสมคลุกเคล้าตะกอนในถังหมักฯ

***1.1 เปิดวาล์วระบายตะกอนออกจากถังหมัก 3 วาล์วท่อป้อนขยะตัวล่าง 6 และวาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5

***1.2 ค่อยๆ เปิดวาล์วท่อควบคุมตะกอนเข้าถังสูบ 4 จากนั้นปล่อยตะกอนไหลเข้าถังสูบตะกอนจนท่วมเครื่องสูบแล้วจึงเสียบปลั๊กเครื่องสูบ

***1.3 เมื่อเครื่องสูบทำงานให้ปรับวาล์วควบคุมตะกอนเข้าถังสูบ 4 ให้ปริมาณตะกอนที่ไหลเข้าถังสูบกับตะกอนที่ถูกสูบเข้าถังหมักสมดุลกันอยู่ในระดับ 2 ใน 3 ของถัง ปล่อยให้เครื่องสูบทำงานไปประมาณ 15 นาที ไม่ควรเปิดฝาถังสูบค้างไว้ ในขณะที่ทำการคลุกเคล้าตะกอน ยกเว้นเมื่อต้องการสังเกตดูระดับตะกอนในถังสูบ

***1.4 ปิดวาล์วควบคุมตะกอนเข้าถังสูบ 4 และ วาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5 แล้วจึงถอดปลั๊กเครื่องสูบ

2. การวัดค่า pH วัดค่า pH

ตะกอนในถังสูบเพื่อตรวจสอบสภาพระบบว่าเหมาะสมที่จะป้อนขยะหรือไม่ (ค่า pH มากกว่า 6.8 ป้อนขยะได้) เปิดวาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5 เสร็จแล้วเสียบปลั๊กเครื่องสูบ สูบตะกอนกลับเข้าถังหมักฯ จนหมด หรือระบายตะกอนลงกระบะตากตะกอน

3. การระบายตะกอนลงกระบะตากตะกอน

***3.1 ตรวจสอบให้แน่ใจว่า วาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5 ปิดอยู่

***3.2 ต่อปลายสายยางเข้ากับวาล์วระบายตะกอนลงกระบะ 9

***3.3 เสียบปลั๊กเครื่องสูบ เพื่อสูบระบายตะกอนลงกระบะตากตะกอนตามปริมาณที่ต้องการ ถอดปลั๊กเครื่องสูบและปิดวาล์วระบายตะกอนลงกระบะ 9

4. การป้อนขยะ

***4.1 นำขยะอินทรีย์ที่บดแล้วและน้ำในสัดส่วนที่เท่ากันคนให้เข้ากันและใส่ในถังสูบ หากขยะน้อยระบายตะกอนจากถังหมักออกมาผสมจนท่วมเครื่องสูบ

***4.2 เปิดวาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5 เสียบปลั๊กเครื่องสูบ เพื่อสูบขยะเข้าถังหมัก

***4.3 ผสมคลุกเคล้าขยะอินทรีย์ที่ป้อนเข้าไปใหม่กับตะกอนในถังหมัก โดยทำเช่นเดียวกับการผสมคลุกเคล้าตะกอนในถังหมัก แต่ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที ก็พอ

***4.4 ปิดวาล์วท่อระบายตะกอนออกจากถังหมัก 3 จากนั้นสูบตะกอนเข้าถังหมักจนเครื่องไม่สามารถสูบขึ้นได้ (ปั้มส่งเสียงดัง) เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ ถอดปลั๊กเครื่องสูบทันที และปิดวาล์วท่อสูบตะกอน 5 เข้าถังหมักพร้อมวาล์วท่อป้อนขยะตัวล่าง 6

5. การทำความสะอาด

***5.1 นำน้ำสำหรับทำความสะอาดใส่ในถังสูบประมาณครึ่งถัง แล้วเปิดวาล์วควบคุมตะกอนเข้าถังสูบ 4 พร้อมเปิดวาล์วท่อสูบตะกอนเข้าถังหมัก 5 และวาล์วท้อล้าง 8 จากนั้นเสียบปลั๊กเครื่องสูบ เพื่อล้างหมุนเวียนในแนวท่อ 2-3 นาที

***5.2 ปิดวาล์วท่อล้าง 8 และเปิดวาล์วท่อป้อนขยะตัวล่าง 6 เพื่อสูบน้ำล้างเข้าถังหมักจนปั้มไม่สามารถสูบได้ จากนั้นถอดปลั๊กเครื่องสูบ

 

กรณีตะกอนอุดตัน

เติมน้ำในถังสูบจนท่วมเครื่องสูบต่อสายยางเข้ากับวาล์วระบายตะกอนลงกระบะ 9 และ วาล์วล้างท่อระบายตะกอน 10 แล้วเปิดวาล์วทั้งสองตัว เสียบปลั๊กเครื่องสูบ เปิดวาล์วท่อระบายตะกอนออกจากถังหมัก 3 เพื่อใช้น้ำดันตะกอนที่อุดตันอยู่ที่ก้นถัง สูบน้ำเข้าถังจนหมด แล้วปิดวาล์วล้างท่อระบายตะกอน 10 ถอดปลั๊กเครื่องสูบ จากนั้นเปิดวาล์วควบคุมตะกอนเข้าถังสูบ 4 ให้ตะกอนไหลเข้าถังสูบ

**หมายเหตุ เมื่อเสร็จสิ้นการทำงานในขั้นตอน 1-5 แล้ว วาล์วทุกตัวต้องอยู่ในตำแหน่ง ปิด ยกเว้น วาล์วก๊าซเข้าถังเก็บก๊าซ 1 และวาล์วก๊าซที่ออกจากถังหมักก๊าซชีวภาพ

การอัดก๊าซลงถัง LPG

อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบเครื่องอัดก๊าซชีวภาพลงในถังก๊าซ LPG

1. มอเตอร์ขนาดประมาณ 1 แรง หรือ 2 แรง (ราคาประมาณ 3,000-5,000 บาท)

2. ปั๊มติ๊ก (ปั๊มอัดฉีดน้ำมันของรถยนต์แบบบใช้ลูกสูบ เลือกใช้ของมือสองที่มีขายตามร้านอะไหล่เก่าทั่วไป (ราคาประมาณ 3,000 – 5,000 บาท)

3. ท่อสายไฮโดลิก 5 เมตร (ราคาประมาณเมตรละ 150 บาท)

4. สายพาน

5. วาล์วย้อนกลับ (ราคาประมาณ 300 บาท)

ขั้นตอนการประกอบ ให้ทำการติดตั้งมอเตอร์และปั๊มติ๊กกับฐานที่เตรียมไว้พร้อมสายพานให้แข็งแรง ส่วนบนของปั๊มติ๊กจะมีท่ออยู่ 2 ท่อ เป็นท่อดูดเข้า 1 ท่อ และเป็นท่อดูดออก 1 ท่อ (ส่วนนี้อาจจะมีแต่ท่อนำเข้า ส่วนท่อนำออกต้องไปหาซื้อท่อมาใส่ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องอะไหล่แอร์ทั่วไป

ขั้นตอนการดูดอัดก๊าซลงในถัง LPG

1. ให้ต่อสายไฮโดลิก เส้นที่ 1 จากถังเก็บก๊าซที่ผลิดได้กับท่อดูดเข้าของปั๊มติ๊ก

2. ให้ต่อท่อสายไฮโดลิก เส้นที่ 2จากท่อดูดออกของปั๊มติ๊กกับวาล์วย้อนกลับที่ติดกับวาล์วเปิดปิดของถังก๊าซ LPG

3. เปิดวาล์วที่ถึงเก็บก๊าซที่ผลิตได้ และวาล์วถัง LPG

4. ขั้นตอนต่อไปก็ให้เดินระบบได้ทันที

ข้อควรระวังในการดูดอัดก๊าซลงในถัง LPG

ในการเดินระบบการดูดอัดก๊าซลงในถัง LPG ให้สังเกตว่าก๊าซในถังเก็บก๊าซที่ผลิตได้ไกล้จะหมดหรือยัง

* ถังเก็บก๊าซรุ่นที่ 1 ขนาด 150 มิลลิบาร์ ให้สังเกตุการลดลงของน้ำที่อยู่ในถังเก็บก๊าซหรือบารอมิเตอร์ข้าง ๆ ถังหมักว่าลดลงมาก๊าซใกล้หมดหรือยัง ถ้าลดลงมาใกล้จะหมดแล้วให้หยุดเดินระบบในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำโดนดูดเข้าไปในถัง LPG

* ถังเก็บก๊าซรุ่นที่ 2, 3 ขนาด 710 มิลลิบาร์ ให้สังเกตุการลดลงของน้ำที่บารอมิเตอร์ข้าง ๆ ถังหมักว่าลดลงมาก๊าซใกล้หมดหรือยัง ถ้าลดลงมาใกล้จะหมดแล้วให้หยุดเดินระบบในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ถังก๊าซเกิดการยุบ บุบหรือแตกได้

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

ควรดูดอากาศออกจากถัง LPG ก่อน ให้ถังเป็นศูนยากาศ เพื่อทำให้สามารถอัดก๊าซลงถังได้มากยิ่งขึ้น

 

หน่วยงานในสังกัดเขตบางซื่อ   ให้ความสนใจมาเยี่ยมชมโครงการ

3

3

3

3

3

3

ผลผลิตจากโครงการ คือ ก๊าซซึ่งได้จากถังหมักก๊าซชีวภาพ ได้นำมาใช้ภายในโรงเรียน ทำให้แบ่งเบาค่าใช้จ่าย ในการซื้อแก๊สหุงต้ม

จุดมุ่งหมายต่อไปของโครงการ

 

หน้าหลัก
 
line
โรงเรียนวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์
104 ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 บางซื่อ กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 0-2585-1941 โทรสาร 0-2585-1941 e-mail : pradubbma@gmail.com