ชื่อเรื่อง                  การพัฒนาทักษะเล่นอังกะลุงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โดยใช้แบบฝึกทักษะการเล่นอังกะลุง
ผู้วิจัย                     นางสาวศิริรัตน์  นิลนาก
………………………………………………………………………………………………….

หลักการและเหตุผล
การเล่นอังกะลุงเป็นการใช้ ทักษะและประสาทสัมผัสทั้ง  5 เพื่อทำให้คุณภาพของเสียงที่เกิดมีความไพเราะผสมกลมกลืนกัน    ความสามัคคีและการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้บรรเลง  และการจดจำตัวโน้ตของตัวเอง  ซึ่งนักเรียนมักจะเล่นผิดเสียงอยู่เสมอ ผู้วิจัยจึงจัดทำแบบฝึกทักษะการเล่นอังกะลุงขึ้นเพื่อฝึกทักษะการเล่นอังกะลุงโดยเริ่มเล่นทีละเสียง เพื่อให้นักเรียนจดจำตัวโน้ตของตนเองได้  และหลังจากนั้นจึงให้นักเรียนบรรเลงเป็นเพลงโดยเริ่มจากเพลงง่ายไปหาเพลงที่มีความยากตามลำดับวัตถุประสงค์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาทักษะการเล่นอังกะลุงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จำนวน 37 คน
การดำเนินการวิจัย
กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 37 คน
                เครื่องมือที่ใช้  แบบฝึกทักษะการเล่นอังกะลุง  6 แบบฝึก
วิธีดำเนินการ  1.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ใช้แบบฝึกทักษะการเล่นอังกะลุงแบบฝึก ที่ 1-6

  1. นักเรียนทดสอบโดยการเล่นอังกะลุงตามแบบฝึกที่ 1-6  แต่ละแบบฝึกโดยนักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80

ระยะเวลาในการดำเนินงาน
                                3 สัปดาห์ แบ่งเป็น
-   สัปดาห์ที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 -  5  กุมภาพันธ์ 2553  
-   สัปดาห์ที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553  - 12 กุมภาพันธ์ 2553
-   สัปดาห์ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553  - 19  กุมภาพันธ์ 2553

สรุปผลการวิจัย
                นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2  จำนวน 37 คน  ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ทุกแบบฝึก

*******************************************************************************

ชื่องานวิจัย     การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยใช้นิทาน และโครงการคนดีศรีอนุบาลใน

               ระดับก่อนประถมศึกษา โรงเรียนวัดทองศาลางาม  กรุงเทพมหานคร

ชื่อผู้วิจัย         นายอุทัย  ขันลุน     ครูผู้ช่วย

บทคัดย่อ

          เพื่อฝึกพื้นฐานการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะนิสัยที่ดีในการรับประทานอาหาร และมีสุขภาพที่แข็งแรง    ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ  สังคม ตามแผนการพัฒนาของโรงเรียนโดยผ่านความร่วมมือของคณะครู คนเลี้ยงเด็ก และนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา
            การรับประทานอาหารเป็นการสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีขั้นพื้นฐานในวัย 3 – 5 ปี  เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม ตามสุขลักษณะมารยาทในการรับประทานอาหารจากการเล่านิทาน และ การร่วมโครงการคนดีศรีอนุบาล  เพื่อฝึกการมีมารยาท
*******************************************************************************

ชื่องานวิจัย                       การศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนวัดทองศาลางาม  เรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน
ชื่อผู้วิจัย                                นายปรีดา      โคตร์ภู
กลุ่มสาระการเรียนรู้         สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

บทคัดย่อ

  การศึกษาวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่6 โรงเรียนวัดทองศาลางาม  ผู้วิจัยได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อศึกษาสาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้านของนักเรียนจำนวน 15 ข้อ โดยให้นักเรียนเรียงลำดับสาเหตุการไม่ส่งงาน / การบ้านตามลำดับที่มากที่สุดจนถึงน้อยที่สุดจากลำดับ 1 – 15 และได้ทำการนำผลของแต่ละสาเหตุ มาหาค่า ร้อยละ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหาข้อสรุปพร้อมทั้งนำเสนอในรูปของตารางประกอบคำบรรยาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมชองนักเรียนในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน
ผลการศึกษาปรากฏว่า        จากการศึกษาและวิเคราะห์แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเรื่องการไม่ส่งงาน / การบ้าน แสดงให้เห็นว่า สาเหตุของการไม่ส่งงาน / การบ้าน ลำดับที่ 1 คือ การให้การบ้านมากเกินไป และแบบฝึกหัดยากทำไม่ได้ โดยคิดจากนักเรียน 41 คน ที่เลือกเป็นสาเหตุอันดับที่ 1 และ 2 จำนวน 27 คน คิดเป็น ร้อยละ   65.85

******************************************************************************

ชื่องานวิจัย   เจตคติที่มีต่อวินัยในตนเองด้านวินัยในห้องเรียน  ความขยันอดทนทางการเรียน
  และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1
ชื่อผู้วิจัย                                นายปรีดา      โคตร์ภู
กลุ่มสาระการเรียนรู้     สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

 บทคัดย่อ
                การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา    “เจตคติที่มีต่อวินัยในตนเองด้านวินัยในห้องเรียน  ความขยันอดทนทางการเรียนและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1   ปีการศึกษา  2552  โรงเรียนวัดทองศาลางาม  ”   ได้ดำเนินการศึกษา                  กลุ่มประชากร คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนวัดทองศาลางาม  จำนวน  70  คน   กลุ่มตัวอย่าง คือ    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1   ปีการศึกษา  2552  โรงเรียนวัดทองศาลางาม จำนวน  35  คน   เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  เพื่อศึกษา เจตคติที่มีต่อวินัยในตนเองด้านวินัยในห้องเรียน  ความขยันอดทนทางการเรียนและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1   ปีการศึกษา  2552 โรงเรียนวัดทองศาลางาม ด้านความมีวินัยในห้องเรียน ความขยันอดทน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการศึกษาปรากฏว่า เจตคติที่มีต่อวินัยในตนเองด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่อความพยายามทางการเรียน   นักเรียนมีแนวโน้มที่จะมีความพยายามทางการเรียนอย่างเต็มที่ ทำสิ่งที่ดี เหมาะสมอย่างที่ตั้งใจ พยายามที่จะพัฒนาตนเอง   ใฝ่หาความรู้ด้วยตนเอง  ทั้งจากตำราเรียน  ค้นคว้าในห้องสมุด  รวมทั้งการฝึกทักษะจากบทเรียนที่ยาก  การวางแผนการเรียนที่ดีตั้งแต่ต้นปีการศึกษา  ส่วนนักเรียนที่ไม่เคยทำมีจำนวนน้อย  ซึ่งในนักเรียนกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเจตคติที่ให้นักเรียนเห็นเป้าหมาย  คุณประโยชน์   คุณค่าของความพยายาม     รวมทั้งการยอมรับของสังคมที่มีต่อผู้ที่มีความพยายาม   รวมทั้งกระตุ้นนักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ดี   ให้มีความพยายาม  ขยันหมั่นเพียรในด้านการเรียน   ให้นักเรียนตระหนักในการวางแผนทางด้านการเรียน  มีความมุ่งมั่น  มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน และหากได้ปฏิบัติตนจนเป็นนิสัย  ก็จะเป็นผู้ที่มีความสำเร็จในชีวิตตามที่ตนได้มุ่งหวังไว้อย่างแน่นอน 

******************************************************************************

ชื่องานวิจัย                           การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธีของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่  5/2
ชื่อผู้วิจัย                                นางจิรัชญา  พันเพา
กลุ่มสาระการเรียนรู้           การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ความเป็นมา
                ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  วิชาคอมพิวเตอร์เป็นวิชาที่อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีที่อยู่ในหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  เป็นวิชาที่มีความสำคัญอีกวิชาหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน  ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้นักเรียนได้ใช้ทักษะในด้านคอมพิวเตอร์ให้ทำเกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน       
                จากการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  5/2  ครูผู้สอน  พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  เช่น  หลังใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยปิดเครื่อง  ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดอย่างรุนแรง  นักเรียนปิดเครื่องไม่ถูกต้องตามขั้นตอน  รวมทั้งไม่ดูแลเรื่องความสะอาด
                ดังนั้น  เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนให้เป็นไปอย่างเหมาะสม  ผู้วิจัยจึงจัดทำการวิจัยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5/2  ขึ้น  เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เป็นสมบัติของส่วนรวม  ในเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์ของนักเรียนให้มีความรับผิดชอบให้มากยิ่งขึ้น

******************************************************************************

ชื่องานวิจัย    การพัฒนาทักษะการอ่านและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะของ   นักเรียนชั้น ม. 1/1

ชื่อผู้วิจัย          นางสุชาวดี      ทองทิพย์          ครู คศ. 2

บทคัดย่อ        

เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษและเพื่อทดลองใช้และประเมินผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษการพัฒนาทักษะการอ่านและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนที่อ่านและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ได้คะแนนในระดับต่ำ  การพัฒนาทักษะการอ่านได้ทำให้นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีทักษะการอ่านดียิ่งขึ้น

******************************************************************************
ชื่อเรื่อง                                  การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาการย่อความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1
ชื่อผู้วิจัย                                นางอินทิรา  งามแสง
วิธีดำเนินการวิจัย              
สัปดาห์ที่ 1  สร้างแบบทดสอบก่อนเรียน  หลังเรียน  และแบบฝึกทักษะการย่อความเพื่อเสนอครูที่สอนวิชาภาไทย  ให้ตรวจสอบความถูกต้องและนำมา   ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง  หลังจากนั้นนำแบบทดสอบก่อนเรียนไปทำการทดสอบปรากฏว่า  นักเรียนกลุ่มตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง  3  คน
สัปดาห์ที่  2  นำแบบฝึกการย่อความ  ชุดที่ 1 , 2 และ 3 ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ  ปรากฏว่า  นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้น
สัปดาห์ที่ 3  นำแบบทดสอบหลังเรียนให้นักเรียนทำ  ปรากฏว่า  นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 คนได้คะแนนมากขึ้นกว่าการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
สัปดาห์ที่ 4  ครูสรุปผลการวิจัยในชั้นเรียน  โดยนักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีพัฒนาการที่ดีขึ้น  มีผลเป็นที่น่าพอใจ
ระยะเวลาดำเนินการวิจัย 10 – 30 พฤศจิกายน  2553
สรุปผลการวิจัย                    นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 คน ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100

******************************************************************************

ชื่อวิจัย                                   การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ
โดยใช้แบบฝึกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อผู้วิจัย                                นางสาวมนธิรา   แสนบัลลังก์เพชร
บทคัดย่อ                              
การอ่านเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาหาความรู้ และพัฒนาชีวิต ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความรู้แล้วยังก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้แนวคิดในการดำเนินชีวิต   การอ่านจึงเป็นหัวใจของการศึกษาทุกระดับ และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้เรื่องต่างๆ   แต่จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนพบว่า ปัญหาที่สำคัญในการอ่านของผู้เรียนคือ อ่านแล้วจับใจความสำคัญไม่ได้ ไม่สามารถสรุปประเด็นได้ ไม่สามารถแยกความรู้ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ได้ ทำให้ไม่ได้รัประโยชน์จากการอ่านเท่าที่ควร ทั้งยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการศึกษาวิชาต่างๆด้วย
          การวิจัยการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ จึงเป็นส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านให้นักเรียน
ได้ในทุกวิชาและการเรียนในชั้นสูงต่อไป   

******************************************************************************

ชื่องานวิจัย                           การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2

ผู้วิจัย                                     นางลาวัลย์   เปลี่ยนศรี                       ครู คศ. 2

บทคัดย่อ                                              

                เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 และเพื่อประเมินผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หลังจากการใช้แบบฝึก
                ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  เสริมความจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/2  พบว่าแบบฝึกทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เหมาะสมต่อการนำมาใช้ในการเสริมความรู้ความจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

******************************************************************************

ชื่องานวิจัย                           เจตคติและความสนใจของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ชื่อผู้วิจัย                                ครูคมกฤช   พุ่มทอง
กลุ่มสาระการเรียนรู้           วิทยาศาสตร์
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาพื้นฐานของเจตคติและความสนใจทางการเรียนของผู้เรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยผู้วิจัยได้ให้นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ร่วมแสดงความคิดเห็นและตอบแบบสอบถามเบื้องต้นถึงความสนใจที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และประเมินผลการจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมและวัยของนักเรียน เนื่องจากนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 มีสิ่งเร้าภายนอกมากมาย การจะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจและกระตือรือร้นต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นจะต้องจัดรูปแบบและวิธีการสอนที่หลากหลาย อีกทั้งธรรมชาติของนักเรียนซึ่งเป็นนักเรียนที่มีสมาธิและความตั้งใจน้อย การสอนโดยเน้นเนื้อหา ทฤษฎี ไม่เป็นไปตามความต้องการของนักเรียน เพราะนักเรียนจะเกิดความเบื่อหน่าย ให้ความสนใจกับเนื้อหาในช่วงเวลาสั้น ๆ ครูจึงควรจัดวิธีการเรียนการสอนที่ไม่ซ้ำรูปแบบเดิม ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร้าความสนใจของนักเรียน ประโยชน์ที่จะได้จากการวิจัยในครั้งนี้ ได้ทั้งตัวนักเรียนและครู เพราะนักเรียนจะเกิดความสนใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มากขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักเรียนเองในอนาคต ส่วนประโยชน์ที่ครูจะได้รับก็คือ วิธีการการเรียนการสอนที่เหมาะต่อพฤติกรรมและวัยของนักเรียนและเพื่อเป็นการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ต่อไป

****************************************************************************************

ชื่องานวิจัย                           การพัฒนาทักษะในด้านการอ่าน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที 2/1

ผู้วิจัย                                     นางสาวปรายฝน   โพธิ์เวียงคำ        

บทคัดย่อ                                              

                               ในการวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาทักษะในด้านการอ่านระดับชั้นประถมศึกษาปีที 2/1
ในภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2552 จากจำนวนทั้งหมด 25 คน ด้วยวิธีการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยทั้งสิ้นเริ่มทำการวิจัยตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน- เดือนกุมภาพันธ์
                                ผลการวิจัยในครั้งนี้พบว่านักเรียนจำหนึ่งมีการพัฒนาทักษะในด้านการอ่าน ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยวิธีการให้แรงเสริมโดยการชมเชย และให้ระยะเวลา ในการฝึกทักษะการอ่านมากพอสมควร  ดังนั้น นักเรียนจึงเกิดทักษะในด้านการอ่าน โดยฝึกทักษะการประสมคำ พยัญชนะ สระ ตัวสะกดและรูปวรรณยุกต์ได้อย่างถูกต้องโดยนำมาซึ่งการพัฒนาทักษะ ในด้านการอ่านได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้องเข้าใจมากยิ่งขึ้น

*******************************************************************************

ชื่องานวิจัย                           การใช้ภาพเป็นสื่อในการกระตุ้นนักเรียนให้เกิดการพัฒนาทักษะในด้านการเขียนเรื่อง

ผู้วิจัย                                     นางสาวสรนช   ธนะไพรรักษ์         ครู คศ.1

บทคัดย่อ                                              

                                การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้ภาพประกอบการเขียน สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนและช่วยการเขียนของนักเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว จึงนำมาจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการทำวิจัยในครั้งต่อไป
                                ระยะเวลาดำเนินการ   มกราคม – กุมภาพันธ์  2553
ผู้เรียนส่วนมากจะเขียนเรื่องตามจินตนาการจะเขียนได้ดีกว่า การกำหนดภาพให้แต่การสะกดคำ ทั้งที่คิดเองและ การกำหนดภาพยังอยู่ จึงจะได้ทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาในลำดับต่อไป